เคล็ดไม่ลับ! เลือกเครื่องดูดควันให้เหมาะกับคอนโด

18 Apr 2026
เครื่อง ดูด ค วัน คอน โด, ที่ ดูด ค วัน คอน โด

สรุปสาระสำคัญ

การเลือกเครื่องดูดควันสำหรับคอนโดมิเนียมควรให้ความสำคัญกับข้อจำกัดด้านพื้นที่และกฎระเบียบของอาคาร โดยประเภทที่เหมาะสมที่สุดคือ เครื่องดูดควันระบบหมุนเวียนแบบเลื่อนเก็บได้ เนื่องจากช่วยประหยัดพื้นที่และไม่ต้องเจาะผนังอาคาร การเลือกซื้อควรพิจารณาจากกำลังการดูดควันที่สอดคล้องกับขนาดห้องครัว (ขั้นต่ำ 450 ถึง 480 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง) มีขนาดครอบคลุมพื้นที่หน้าเตา ติดตั้งในระดับความสูงที่เหมาะสม และมีระดับเสียงรบกวนไม่เกิน 60 เดซิเบล เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการประกอบอาหารและการอยู่อาศัยที่ปราศจากเสียงรบกวน

สำหรับคนรักการทำอาหารในคอนโด เครื่องดูดควัน คือสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้เลยทีเดียวครับ เพื่อจัดการกับควัน และละอองน้ำมันไม่ให้เกาะตามเฟอร์นิเจอร์หรือผ้าม่าน รวมถึงเพื่อลดปัญหากลิ่นอาหารรบกวนเพื่อนบ้านในคอนโดด้วย ซึ่งคอนโดบางโครงการก็แถมมาให้แบบพร้อมเข้าอยู่แล้วใช้งานได้เลย แต่หากใครยังไม่มี หรือกำลังมองหาเครื่องดูดควันเครื่องใหม่ แกรนด์ ยูนิตี้ก็มีแนวทางการเลือกดีๆ มาฝากกันครับ

เครื่องดูดควันคอนโด มีแบบไหนบ้าง

เครื่องดูดควัน หรือที่ดูดควันในครัวโดยทั่วไปแล้ว จะแบ่งตาม 2 ลักษณะหลักๆ ได้แก่

ประเภทเครื่องดูดควัน แบ่งตามลักษณะการใช้งาน

  • เครื่องดูดควันระบบท่อ (Ducting)

เป็นที่ดูดควันที่ติดตั้งกับเพดานและมีการต่อท่อดูดออกไปนอกตัวบ้าน โดยใช้พัดลมดูดควันแล้วระบายออกข้างนอกตัวบ้าน โดยหลายยี่ห้อก็มักจะมีการกรองผ่านตัวกรองน้ำมันและฟิลเตอร์คาร์บอนก่อนระบายออกไป นอกจากนี้วัสดุของมอเตอร์ที่ดูดควันจะมีหลายแบบตามระดับความทนทาน เช่น ทำจากอัลลอยด์ ทำจากเหล็กชุบกัลวาไนซ์ และทำจากพลาสติกกิลล่อน เป็นต้น เครื่องดูดควันประเภทนี้มักนิยมใช้กับห้องครัวตามบ้าน หรือคอนโดบางโครงการที่อนุญาตให้มีการเจาะผนังเพื่อติดตั้งท่อดูดควันได้ 

ข้อดี: จัดการกลิ่นอาหารอย่างอยู่หมัด ระบายอากาศและควันได้ดีและรวดเร็ว

ข้อเสีย: ต้องเจาะผนังเพื่อต่อท่อดูดควัน ซึ่งหากติดตั้งไม่ดีหรือใช้ช่างไม่ชำนาญอาจทำให้ผนังด้านที่ถูกเจาะดูไม่สวยงาม และมีราคาค่อนข้างสูง

  • เครื่องดูดควันระบบหมุนเวียน (Recycle)

เป็นที่ดูดควันแบบที่นิยมใช้กันมากในอพาร์ทเม้นต์หรือคอนโดซึ่งมีขนาดห้องครัวไม่ใหญ่นัก และมักไม่อนุญาตให้เจาะผนังเพื่อติดตั้งท่อดูดควัน หลักการทำงานคือดูดควันผ่านตัวกรองน้ำมันและฟิลเตอร์คาร์บอน ซึ่งจะช่วยดูดซับกลิ่นและละอองน้ำมันเอาไว้ ก่อนจะฟอกอากาศแล้วหมุนเวียนอากาศบริสุทธิ์กลับออกมาในห้องอีกครั้ง 

ข้อดี: เหมาะกับการใช้งานในคอนโด ติดตั้งง่าย และไม่ต้องเจาะผนังหรือเพดาน

ข้อเสีย: เปลี่ยนฟิลเตอร์คาร์บอนบ่อย ๆ เพื่อให้ดูดซับกลิ่นได้ดี ประสิทธิภาพการดูดควันและกลิ่นน้อยกว่าเครื่องดูดควันระบบท่อ

 

ประเภทเครื่องดูดควัน แบ่งตามรูปลักษณ์

เครื่อง ดูด ค วัน คอน โด, ที่ ดูด ค วัน คอน โด

  • เครื่องดูดควันแบบ Freestanding หรือ Built-under Furniture

คือเครื่องดูดควันที่ดีไซน์ให้เข้ากับเฟอร์นิเจอร์แบบ Built in โดยมีขนาดมาตรฐานอยู่ที่ 60 และ 90 เซนติเมตร

 

เครื่อง ดูด ค วัน คอน โด, ที่ ดูด ค วัน คอน โด

  • เครื่องดูดควันแบบ Slide-out หรือ  Slim line 

คือเครื่องดูดควันที่มีลักษณะคล้ายลิ้นชักสามารถดึงเลื่อนเข้า-ออกได้ ส่วนใหญ่จะใช้กับที่ดูดควันระบบหมุนเวียนภายใน (Recycle) จุดเด่นคือขนาดกะทัดรัด ประหยัดพื้นที่ เหมาะสำหรับติดตั้งในครัวของคอนโดหรืออพาร์ทเม้นต์ส่วนใหญ่ เพราะสามารถติดตั้งได้โดยไม่ต้องเจาะผนัง

 

เครื่อง ดูด ค วัน คอน โด, ที่ ดูด ค วัน คอน โด

  • เครื่องดูดควันแบบ Chimney หรือฮู้ดแบบกระโจมติดผนัง 

คือเครื่องดูดควันแบบติดผนังที่มีลักษณะปล่องกระโจมด้านบน และเชื่อมต่อกับท่อเพื่อดูดอากาศระบายออกด้านนอก นิยมใช้กับห้องครัวขนาดกลางในบ้าน หรือคอนโดบางโครงการที่อนุญาตให้เจาะผนังได้

 

เครื่อง ดูด ค วัน คอน โด, ที่ ดูด ค วัน คอน โด

  • เครื่องดูดควันแบบมีเกาะกลาง หรือ Island

คือเครื่องดูดควันที่มีลักษณะเป็นกระโจมคล้ายเครื่องดูดควันแบบ Chimney   Hood แต่ติดตั้งอยู่กลางห้องได้ มีดีไซน์สวยงาม และมีประสิทธิภาพในการดูดควันได้ดี เหมาะกับพื้นที่ห้องครัวขนาดใหญ่ในบ้าน แต่ไม่เหมาะกับคอนโดเพราะข้อจำกัดด้านพื้นที่

 

เครื่องดูดควันแบบไหนที่เหมาะกับคอนโด

เครื่อง ดูด ค วัน คอน โด, ที่ ดูด ค วัน คอน โด

 

เนื่องจากคอนโดส่วนใหญ่มีพื้นที่จำกัดและมีพื้นที่ห้องครัวที่ค่อนข้างเล็กกว่าบ้านทั่วไปมาก รวมถึงมีพื้นที่ติดกันกับห้องอื่นๆ รอบด้าน จึงเหมาะกับการทำอาหารที่กลิ่นไม่แรง ควันไม่เยอะ และคอนโดส่วนใหญ่ยังไม่อนุญาตให้เจาะผนังเพื่อต่อท่อออกด้านนอกอีกด้วย ดังนั้นเครื่องดูดควันที่นิยมใช้ในคอนโดจึงมักเป็นเครื่องดูดควันแบบระบบหมุนเวียน ซึ่งสามารถรองรับการทำครัวที่ไม่หนักมาก และมีขนาดกะทัดรัด ช่วยประหยัดพื้นที่ในการติดตั้งนั่นเองครับ

            

เลือกเครื่องดูดควันที่ใช่ ต้องดูจากอะไร

1. กำลังในการดูดควัน

การเลือกรุ่นมีกำลังการดูดควันสอดคล้องกับขนาดพื้นที่ครัวในคอนโด จะทำให้เครื่องดูดควันทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด สามารถคำนวณได้จาก ความยาว X ความกว้าง X ความสูง X 10 = ความเร็วต่ำสุดของเครื่องดูดควันที่ต้องการ สำหรับคอนโดควรเลือกเครื่องดูดควันที่มีกำลังอย่างน้อย 450-480 ลบ.ม. / ชั่วโมง

2. ขนาดของเครื่องดูดควัน

ควรมีขนาดพอดีกับเตาไฟฟ้าของครัว หรือใหญ่กว่าได้เล็กน้อย เพื่อให้สามารถดูดควันได้ครอบคลุมมากที่สุด ควรวัดระดับในการติดตั้งเครื่องดูดควันให้เหมาะสม โดยทั่วไปมักติดตั้งสูงกว่าเตาประมาณ 70 เซนติเมตร เพราะเป็นระดับที่ไม่สูงและไม่ต่ำเกินไป

3. ระดับเสียงของเครื่องดูดควัน

ถือว่าสำคัญมากสำหรับคนที่อยู่คอนโด เพื่อป้องกันไม่ให้เสียงดังรบกวนเพื่อนบ้านข้างห้อง โดยส่วนใหญ่ไม่ควรเกิน 60 เดซิเบลหรือต่ำกว่านั้นได้ก็ยิ่งดี และบางยี่ห้อก็มีฟังค์ชั่นปรับระดับพัดลมดูดควันได้ ทำให้ควบคุมระดับเสียงได้หลากหลายยิ่งขึ้น

เครื่อง ดูด ค วัน คอน โด, ที่ ดูด ค วัน คอน โด

4. ความง่ายในการทำความสะอาดเครื่องดูดควัน

นอกจากเลือกแบบที่มีฟิลเตอร์คุณภาพดี สามารถดูดและกรองควันได้ดีแล้ว ควรพิจารณาถึงความยากง่ายในการถอดทำความสะอาดคราบอาหารและละอองน้ำมันด้วยเช่นกัน โดยทั่วไปเราควรหมั่นทำความสะอาดฟิลเตอร์เป็นประจำ และเปลี่ยนฟิลเตอร์ใหม่ทุกๆ 4 เดือน เพื่อให้ที่ดูดควันทำงานและกรองกลิ่นได้เต็มประสิทธิภาพ

5. กำลังวัตต์ของเครื่องดูดควัน

แต่ละคอนโดมีการกำหนดปริมาณกระแสไฟฟ้าไม่เหมือนกัน หากคุณติดตั้งเครื่องดูดควันเองควรคำนวณกำลังวัตต์ให้สอดคล้องกัน เพื่อป้องกันปัญหาไฟฟ้าลัดวงจร หรือปัญหาไฟดับ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเพื่อนบ้านในคอนโดตามมาได้

นอกจากนี้แล้ว การดีไซน์แปลนห้องให้กั้นแยกบริเวณห้องครัวออกจากพื้นที่ส่วนอื่นๆ ของห้อง ก็มีส่วนช่วยลดปัญหาเรื่องกลิ่นและควันขณะทำอาหารได้ระดับหนึ่ง โดยอาจจะเปิดหน้าต่างหรือระเบียงเอาไว้ขณะทำอาหาร และใช้พัดลมเป่าออกด้านนอกเพื่อช่วยเร่งระบายกลิ่นและควันได้อีกทางหนึ่ง 

 

วิธีทำความสะอาดเครื่องดูดควัน

ทำความสะอาดเครื่องดูดควัน

ยืดอายุการใช้งานของเครื่องดูดควันคอนโดด้วยวิธีง่าย ๆ ที่จะทำให้เครื่องดูดควันเหมือนใหม่ ยืดอายุการใช้งาน และยังทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น

เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม

  • เบกกิ้งโซดา
  • น้ำสบู่
  • ฟองน้ำ
  • แปรงสีฟันที่ไม่ใช้แล้ว
  • ผ้าสะอาด
  • ถุงมือ

ทำความสะอาดด้านนอก

เริ่มต้นทำความสะอาดบริเวณด้านนอกของเครื่องดูดควันคอนโดด้วยการนำเบกกิ้งโซดาผสมน้ำสบู่ จากนั้นใช้ฟองน้ำชุบและค่อย ๆ ถูกบริเวณด้านนอกเครื่องดูดควัน เบกกิ้งโซดาจะช่วยขจัดคราบมันและลดการเกิดกลิ่นอย่างดีเยี่ยม ปิดท้ายด้วยการใช้ผ้าแห้งเช็ดซ้ำอีกครั้ง โดยการทำความสะอาดด้านนอกควรทำทุกครั้งหลังทำอาหารเสร็จ เพื่อลดการสะสมของสิ่งสกปรก และอย่าลืมสวมถุงมือยางเพื่อความปลอดภัย

ทำความสะอาดแผ่นกรอง

การทำสะอาดแผ่นกรองเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ เพราะแผ่นกรองมีส่วนสำคัญในการดูดซึมกลิ่นและควัน ขั้นตอนแรกคือถอดแผ่นกรองออกมา นำไปแช่ลงในน้ำอุ่นที่ผสมเบกกิ้งโซดาและน้ำสบู่ ทิ้งไว้ 30-45 นาที เมื่อคราบสกปรกเริ่มหลุดให้ใช้แปรงสีฟันเก่าและฟองน้ำค่อย ๆ ขัดเบา ๆ จากนั้นเช็ดให้แห้งสนิทก่อนนำเข้าที่เดิม สำหรับแผ่นกรองควรทำความสะอาดอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อลดคราบสะสมฝังแน่น

ทำความสะอาดพัดลม

การทำความสะอาดพัดลมเครื่องดูดควันคล้ายกับการทำความสะอาดชิ้นส่วนอื่น ๆ นั่นคือ นำเบกกิ้งโซดาผสมน้ำสบู่ หากคราบสกปรกค่อนข้างเยอะอาจเปลี่ยนจากน้ำสบู่เป็นน้ำยาล้างจาน ค่อย ๆ เช็ดทำความสะอาด 1-2 รอบ และเช็ดด้วยผ้าสะอาดอีกครั้ง

ข้อควรระวังในการทำความสะอาด

  • ก่อนทำความสะอาดเครื่องดูดควันคอนโดต้องมั่นใจทุกครั้งว่าเครื่องหยุดทำงานและตัวเครื่องไม่ร้อน
  • ไม่ควรใช้ฝอยขัดหม้อทำความสะอาดเพราะจะทำให้เกิดรอยขีดข่วน บางชิ้นส่วนอาจเสียหาย
  • ทุกครั้งที่ทำความสะอาดต้องเช็ดด้วยผ้าแห้ง เพราะเครื่องดูดควันเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าชนิดหนึ่ง การที่ตัวเครื่องมีความชื้นอาจส่งผลต่อระบบไฟ
  • ควรทำความสะอาดเครื่องดูดควันเป็นประจำเพื่อลดคราบฝังแน่นและยืดอายุการใช้งาน

อย่างไรก็ตาม ด้วยข้อจำกัดเรื่องพื้นที่และลักษณะของคอนโด คงไม่เอื้อสำหรับการทำครัวแบบจัดเต็มเหมือนบ้านทั่วไป ที่สามารถติดตั้งเครื่องดูดควันขนาดใหญ่กว่า และมีกำลังมอเตอร์ดูดควันแรงกว่ามาก การติดตั้งเครื่องดูดควันในคอนโดจึงสามารถช่วยลดกลิ่นและควันได้ส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนหนึ่งนั้นขึ้นอยู่กับการเลือกเมนูอาหารที่เหมาะสมร่วมด้วย ที่จะทำให้คุณสนุกกับการทำอาหารได้โดยไม่ต้องกังวลว่าจะรบกวนเพื่อนบ้านในคอนโด หรือกลัวว่าจะมีกลิ่นอาหารติดเฟอร์นิเจอร์ ผ้าม่าน หรือผ้าปูเตียงให้รำคาญใจนั่นเองครับ

หากเลือกไม่ถูกว่าจะทำอะไรทานดี ลองมาดูไอเดียทำอาหารในคอนโดแบบไม่รบกวนเพื่อนบ้านได้ที่นี่เลยครับ รับรองว่าตอบโจทย์คุณแน่นอน!

 

แกรนด์ ยูนิตี้ เรามุ่งมั่นที่จะตอบทุกเหตุผลของการใช้ชีวิต เพื่อให้คุณได้ #ใช้ชีวิตบนเหตุผลของคุณ.

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

 

Q1: เครื่องดูดควันสำหรับห้องครัวมีกี่ระบบ และมีความแตกต่างกันอย่างไร?

A: แบ่งออกเป็น 2 ระบบหลัก คือ 1. ระบบต่อท่อระบายอากาศออกสู่ภายนอก ซึ่งมีประสิทธิภาพการดูดอากาศสูงแต่ต้องเจาะผนัง และ 2. ระบบหมุนเวียนอากาศ ซึ่งจะทำงานโดยดูดควันผ่านแผ่นกรองคาร์บอนเพื่อฟอกอากาศแล้วปล่อยอากาศสะอาดกลับสู่ภายในห้อง โดยระบบนี้จะติดตั้งง่ายและไม่ต้องเจาะผนัง

Q2: เหตุใดเครื่องดูดควันระบบหมุนเวียนจึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคอนโดมิเนียม?

A: เนื่องจากนิติบุคคลของโครงการคอนโดมิเนียมส่วนใหญ่มักมีข้อกำหนดไม่อนุญาตให้เจาะผนังอาคารภายนอกเพื่อต่อท่อระบายอากาศ เครื่องดูดควันระบบหมุนเวียนจึงตอบโจทย์ข้อจำกัดนี้ได้ดีที่สุด อีกทั้งยังสอดคล้องกับลักษณะการทำอาหารในคอนโดที่มักเป็นการประกอบอาหารเบาๆ ซึ่งเกิดควันและกลิ่นไม่แรงมากนัก

Q3: รูปแบบการดีไซน์ของเครื่องดูดควันลักษณะใดที่ช่วยประหยัดพื้นที่ในชุดครัวคอนโดได้ดีที่สุด?

A: เครื่องดูดควันแบบเลื่อนเก็บได้ หรือแบบสลิมไลน์ เป็นรูปแบบที่เหมาะสมและได้รับความนิยมสูงสุด เพราะมีดีไซน์กะทัดรัด ลักษณะคล้ายลิ้นชักที่สามารถดันเก็บซ่อนเข้ากับตู้เฟอร์นิเจอร์ด้านบนได้เมื่อไม่ใช้งาน ช่วยประหยัดพื้นที่ใช้สอยและทำให้ชุดครัวดูเป็นระเบียบเรียบร้อย

Q4: มีวิธีการคำนวณและเลือกกำลังการดูดควันให้เหมาะสมกับขนาดพื้นที่ครัวอย่างไร?

A: สามารถคำนวณเบื้องต้นได้จากการนำ ความกว้าง คูณ ความยาว คูณ ความสูงของห้องครัว แล้วคูณด้วย 10 จะได้ค่ากำลังดูดขั้นต่ำที่ต้องการ โดยทั่วไปสำหรับพื้นที่ครัวในคอนโดมิเนียม ควรเลือกเครื่องที่มีกำลังดูดอากาศไม่ต่ำกว่า 450 ถึง 480 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง เพื่อการระบายกลิ่นที่มีประสิทธิภาพ

Q5: ขนาดของหน้าเครื่องดูดควันและระดับความสูงในการติดตั้งที่เหมาะสมควรเป็นอย่างไร?

A: ควรเลือกเครื่องดูดควันที่มีขนาดความกว้างพอดี หรือกว้างกว่าเตาประกอบอาหารเล็กน้อย เพื่อให้สามารถดักจับละอองน้ำมันและควันได้อย่างครอบคลุม โดยระดับความสูงในการติดตั้งที่ถูกต้องและปลอดภัยคือ ประมาณ 70 เซนติเมตร เหนือระดับเตาประกอบอาหาร

Q6: ระดับเสียงของเครื่องดูดควันมีความสำคัญอย่างไรต่อการอยู่อาศัยในคอนโดมิเนียม?

A: ความเงียบถือเป็นปัจจัยสำคัญเพื่อป้องกันปัญหาเสียงดังรบกวนทั้งต่อตัวผู้พักอาศัยเองและเพื่อนบ้านห้องข้างเคียง ควรเลือกพิจารณาเครื่องดูดควันที่มีระดับเสียงขณะทำงานสูงสุดไม่เกิน 60 เดซิเบล หรือเลือกรุ่นที่สามารถปรับระดับความแรงของพัดลมเพื่อควบคุมระดับเสียงได้ตามสถานการณ์

Q7: ข้อควรระวังในการบำรุงรักษาเครื่องดูดควันระบบหมุนเวียนให้ใช้งานได้ยาวนานคืออะไร?

A: สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องหมั่นถอดแผ่นกรองคาร์บอนและแผ่นฟิลเตอร์ดักจับน้ำมันออกมาทำความสะอาด หรือเปลี่ยนอะไหล่ใหม่ตามระยะเวลาที่คู่มือแนะนำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ตัวเครื่องสามารถดูดซับกลิ่น ฟอกอากาศ และกรองละอองน้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดอยู่เสมอ